Detail
Discount
Help

 >  บทความ  >  5 อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน กินอย่างไรให้ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลไข้หวัด

5 อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน กินอย่างไรให้ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลไข้หวัด

3 ก.ย. 2569

Key Takeaways: 5 กลุ่มอาหารที่ช่วยสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน

  • ผักและผลไม้หลากสี ให้เบต้าแคโรทีนและวิตามินเอ ซึ่งมีบทบาทต่อเยื่อบุและการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
  • กระเทียมและหัวหอม มีสารประกอบจากพืชและพรีไบโอติก ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของจุลินทรีย์ในลำไส้
  • วิตามินซี มีบทบาทต่อการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน และงานทบทวนบางส่วนพบว่าการได้รับอย่างสม่ำเสมอ อาจช่วยลดระยะเวลาของอาการหวัด
  • ข้าวโอ๊ตและธัญพืชเต็มเมล็ด เป็นแหล่งของไฟเบอร์ รวมถึงเบต้ากลูแคน ซึ่งมีการศึกษาเกี่ยวกับบทบาทต่อระบบภูมิคุ้มกัน
  • สังกะสี (Zinc) เป็นแร่ธาตุจำเป็นต่อการพัฒนา และการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันหลายชนิด

ในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย โรคไข้หวัดและโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ อาจพบได้มากขึ้น การดูแลสุขภาพจากภายใน ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ จึงเป็นหนึ่งในพื้นฐานสำคัญ ที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

หลายคนอาจสงสัยว่า “อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน” จริง ๆ แล้วควรกินอะไรบ้าง บทความนี้รวบรวม 5 กลุ่มอาหาร ที่ให้สารอาหารสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน พร้อมเคล็ดลับการกิน และข้อมูลอ้างอิงจากงานวิจัย

 

1. ผักและผลไม้หลากสี แหล่งเบต้าแคโรทีนและวิตามินเอ

 

สาระสำคัญ: ผักและผลไม้สีเข้ม เช่น ผักโขม แครอท ฟักทอง บีทรูท และมันเทศ เป็นแหล่งของสารอาหารและสารพฤกษเคมีหลายชนิด รวมถึงเบต้าแคโรทีน ซึ่งร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้

วิตามินเอมีบทบาทสำคัญ ต่อความสมบูรณ์ของเยื่อบุของร่างกาย รวมถึงเยื่อบุทางเดินหายใจ และยังเกี่ยวข้องกับการทำงาน ของเซลล์ภูมิคุ้มกันหลายประเภท 1, 2

เคล็ดลับการกิน: พยายามรับประทานผักและผลไม้ให้หลากหลายสีในแต่ละวัน โดยคำแนะนำด้านอาหารขององค์การอนามัยโลก สนับสนุนการรับประทานผักและผลไม้ อย่างน้อยประมาณ 400 กรัมต่อวัน 11

 

2. กระเทียมและหัวหอม สารสำคัญจากธรรมชาติ

 

สาระสำคัญ: กระเทียมมีสารประกอบกำมะถันหลายชนิด รวมถึงสารที่เกิดขึ้นหลังจากกระเทียมถูกทุบหรือสับ ซึ่งมีการศึกษาถึงคุณสมบัติ ด้านการอักเสบและการทำงานของภูมิคุ้มกัน 3

กระเทียมและหัวหอม ยังมีคาร์โบไฮเดรตบางชนิด ที่สามารถทำหน้าที่เป็นพรีไบโอติก หรือเป็นแหล่งอาหารของจุลินทรีย์บางชนิดในลำไส้ โดยสุขภาพของลำไส้มีความเชื่อมโยง กับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน 4

เคล็ดลับการกิน: สามารถใช้กระเทียมและหัวหอม เป็นส่วนประกอบของอาหารในชีวิตประจำวัน เช่น ผัด ต้ม อบ หรือใช้เพิ่มกลิ่นรส เพื่อช่วยเพิ่มความหลากหลายของอาหาร

 

3. วิตามินซีจากผลไม้สด ช่วยสนับสนุนการทำงานของภูมิคุ้มกัน

 

สาระสำคัญ: วิตามินซีเป็นสารอาหารที่มีบทบาท ต่อการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน และมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ 6

งานทบทวนแบบเป็นระบบของ Cochrane พบว่าการได้รับวิตามินซีเป็นประจำ ไม่ได้หมายความว่าจะป้องกันหวัดได้ทุกคน แต่ในงานศึกษาบางส่วน พบความสัมพันธ์กับระยะเวลาของอาการหวัดที่สั้นลง 5

เคล็ดลับการกิน: แหล่งวิตามินซีที่หาได้ง่าย ได้แก่ ฝรั่ง กีวี ส้ม มะนาว พริกหวาน และบรอกโคลี ควรเลือกรับประทานผักผลไม้หลากหลายชนิด เพื่อให้ได้รับวิตามินและสารอาหารอื่นควบคู่กัน

 

4. ข้าวโอ๊ตและธัญพืชเต็มเมล็ด พลังของเบต้ากลูแคน

 

สาระสำคัญ: ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ และธัญพืชเต็มเมล็ด เป็นแหล่งของใยอาหารหลายประเภท โดยข้าวโอ๊ตและข้าวบาร์เลย์ มีใยอาหารละลายน้ำชนิดเบต้ากลูแคน (Beta-glucan)

มีงานศึกษาหลายชิ้นเกี่ยวกับเบต้ากลูแคน และการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงการตอบสนองของเซลล์ภูมิคุ้มกันบางชนิด 7, 8

เคล็ดลับการกิน: ลองเริ่มมื้อเช้าด้วยข้าวโอ๊ต หรือสลับจากธัญพืชขัดสี เป็นข้าวกล้อง ข้าวบาร์เลย์ และธัญพืชเต็มเมล็ดในบางมื้อ เพื่อเพิ่มใยอาหารในแต่ละวัน

 

5. สังกะสี (Zinc) แร่ธาตุจำเป็นสำหรับเซลล์ภูมิคุ้มกัน

 

สาระสำคัญ: สังกะสีเป็นแร่ธาตุจำเป็น ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา และการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันหลายชนิด การได้รับสังกะสีไม่เพียงพอ จึงสามารถส่งผลต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้ 9

งานทบทวนและการวิเคราะห์การทดลองทางคลินิก ยังมีการศึกษาการใช้สังกะสี ในช่วงที่มีอาการหวัด อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกัน ตามรูปแบบ ขนาด และช่วงเวลาที่ใช้ 10

เคล็ดลับการกิน: แหล่งอาหารที่มีสังกะสี ได้แก่ หอยนางรม เนื้อสัตว์ ไข่ ถั่ว เมล็ดพืช และเมล็ดฟักทอง ควรเน้นการได้รับจากอาหารที่หลากหลายเป็นหลัก

อาหารไม่มีชนิดใดป้องกันไข้หวัดได้ 100% ระบบภูมิคุ้มกันทำงานร่วมกันหลายด้าน การดูแลสุขภาพจึงควรครอบคลุม ทั้งอาหารที่หลากหลาย การพักผ่อนให้เพียงพอ การออกกำลังกาย และสุขอนามัยที่เหมาะสม

สรุปบทความ : กินดีเป็นด่านแรกของการดูแลสุขภาพ แต่ควรมีแผนสำรอง

การเลือกรับประทานอาหารที่หลากหลาย และได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ เป็นหนึ่งในพื้นฐานของการสนับสนุน การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

  • เติมผักและผลไม้หลากสีในแต่ละวัน
  • เลือกแหล่งวิตามินซีจากอาหารธรรมชาติ
  • เพิ่มธัญพืชเต็มเมล็ดและอาหารที่มีใยอาหาร
  • รับประทานอาหารที่เป็นแหล่งสังกะสีอย่างเหมาะสม
  • ดูแลการนอน การออกกำลังกาย และพฤติกรรมสุขภาพอื่นควบคู่กัน

อย่างไรก็ตาม ไม่มีอาหารวิเศษชนิดใด ที่รับประกันว่าจะไม่เจ็บป่วย การเตรียมความพร้อมเรื่องค่ารักษาพยาบาล จึงเป็นอีกส่วนหนึ่งของการวางแผนสุขภาพระยะยาว

  1. Huang, Z., Liu, Y., Qi, G., Brand, D., & Zheng, S. G. (2018). Role of Vitamin A in the Immune System. Journal of Clinical Medicine, 7(9), 258. อ่านงานวิจัย
  2. National Institutes of Health (NIH). Vitamin A and Carotenoids: Fact Sheet for Health Professionals. อ่านข้อมูล
  3. Arreola, R., Quintero-Fabi?n, S., L?pez-Roa, R. I., et al. (2015). Immunomodulation and Anti-inflammatory Effects of Garlic Compounds. Journal of Immunology Research, 2015, 401630. อ่านงานวิจัย
  4. Davani-Davari, D., Negahdaripour, M., Karimzadeh, I., et al. (2019). Prebiotics: Definition, Types, Sources, Mechanisms, and Clinical Applications. Foods, 8(3), 92. อ่านงานวิจัย
  5. Hemil?, H., & Chalker, E. (2013). Vitamin C for Preventing and Treating the Common Cold. Cochrane Database of Systematic Reviews, 2013(1), CD000980. อ่านงานวิจัย
  6. Carr, A. C., & Maggini, S. (2017). Vitamin C and Immune Function. Nutrients, 9(11), 1211. อ่านงานวิจัย
  7. Akramiene, D., Kondrotas, A., Didziapetriene, J., & Kevelaitis, E. (2007). Effects of Beta-glucans on the Immune System. Medicina (Kaunas), 43(8), 597–606. อ่านงานวิจัย
  8. Murphy, E. A., Davis, J. M., & Carmichael, M. D. (2010). Immune Modulating Effects of ?-glucan. Current Opinion in Clinical Nutrition and Metabolic Care, 13 (6), 656–661. อ่านงานวิจัย
  9. Prasad, A. S. (2008). Zinc in Human Health: Effect of Zinc on Immune Cells. Molecular Medicine, 14(5–6), 353–357. อ่านงานวิจัย
  10. Science, M., Johnstone, J., Roth, D. E., Guyatt, G., & Loeb, M. (2012). Zinc for the Treatment of the Common Cold: A Systematic Review and Meta-analysis of Randomized Controlled Trials. CMAJ, 184(10), E551–E561. อ่านงานวิจัย
  11. World Health Organization (WHO). Healthy Diet. อ่านข้อมูล
  12. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. ธงโภชนาการและข้อปฏิบัติการกินอาหาร เพื่อสุขภาพที่ดี อ่านข้อมูล
หมายเหตุ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ความรู้ทั่วไปด้านสุขภาพและโภชนาการ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากมีโรคประจำตัว แพ้อาหาร ใช้ยาเป็นประจำ หรือต้องการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ควรปรึกษาแพทย์ เภสัชกร หรือนักกำหนดอาหารวิชาชีพก่อน