ลงทุน “คริปโต” อย่างไรไม่ให้เสี่ยงจนเกินไป | อาคเนย์ประกันชีวิต
 
Detail
Discount
Help

 >  บทความ  >  ลงทุน “คริปโต” อย่างไรไม่ให้เสี่ยงจนเกินไป

ลงทุน “คริปโต” อย่างไรไม่ให้เสี่ยงจนเกินไป

12 ก.พ. 2565

ในช่วงปีที่ผ่านมาต้องยอมรับเลยว่ากระแสการลงทุนใน  “คริปโตเคอร์เรนซี”  นั้นมาแรงจริงๆ ทั้งสถาบันการเงินระดับประเทศ บริษัทเอกชน หรือแม้แต่ผู้ลงทุนรายย่อย ต่างก็เข้ามาลงเล่นในตลาดนี้กันอย่างคึกคัก เนื่องจากผลตอบแทนที่สูงขึ้นแบบก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับในช่วง 2-3 ปีก่อนหน้านี้ แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนยังกังวลก็คือความผันผวนในตลาดคริปโตที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับการลงทุนประเภทอื่น ดังนั้นการลงทุนในเหรียญคริปโตเพียงอย่างเดียวอาจจะมีความเสี่ยงสูงเกินไป วันนี้ อาคเนย์ประกันชีวิต เลยมีคำแนะนำการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงมาฝากกันครับ

คริปโต คืออะไร?

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า เงินคริปโต หรือ เหรียญคริปโต แต่จริงๆแล้วชื่อเต็มๆของเขา คือ คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ถือเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล (digital asset) ประเภทหนึ่ง ที่เป็นสกุลเงินที่ต้องเข้ารหัสลับเพื่อยืนยันความถูกต้องของสินทรัพย์ ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยน สามารถใช้แลกเปลี่ยนระหว่างกันโดยมูลค่าขึ้นอยู่กับความพึงใจของทั้งสองฝ่าย ถ้ามองง่ายๆ ก็เหมือนเหรียญ หรือธนบัตร ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เพียงแต่เมื่อเป็นดิจิทัลเราอาจไม่ได้สัมผัสในรูปแบบที่เป็นวัตถุรูปธรรมเท่านั้นเอง  และในปัจจุบันประเทศไทยก็เริ่มมีการนำเหรียญมาใช้ในการชำระสินค้าและบริการได้บ้างแล้ว และอาจจะแพร่หลายมากยิ่งขึ้นในอนาคต 

คริปโตตัวแรกที่เกิดขึ้นบนโลก คือ ‘บิตคอยน์’ (Bitcoin) เกิดขึ้นในปี ค.ศ.2009 โดยมีทั้งหมด 21 ล้านเหรียญ ซึ่งเราสามารถซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยน และสะสมคริปโตฯ ได้ ผ่านการบริการที่ถูกสร้างขึ้นบนเทคโนโลยีที่เรียกว่า “บล็อกเชน” (Blockchain)   ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เหมือนเป็นระบบบันทึกและส่งข้อมูล ที่ทุกคนในระบบจะได้รับบันทึกการทำธุรกรรมอย่างทั่วถึงผ่านคอมพิวเตอร์ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของกันและกัน โดยไม่มีตัวกลาง เหมือนธนาคารที่จะมีพนักงานคอยบันทึกธุรกรรมต่างๆ ดังนั้นการทำธุรกิจคริปโตฯ บนระบบบล็อกเชน เมื่อเกิดการทำธุรกรรมใดๆแล้ว สำเนาจะถูกกระจายออกไปยังทุกคนที่อยู่ในระบบ ซึ่งหากจะย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ต้องแฮ็กคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ทั้งระบบเพื่อกลับไปแก้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากๆ จึงเป็นระบบที่มีความปลอดภัยสูง

 

 

รูปแบบการลงทุนในคริปโต

การลงทุนในในคริปโตเคอร์เรนซี หากใครคุ้นเคยกับการซื้อขายหุ้น หรือมีการลงทุนในหุ้นอยู่แล้ว การซื้อขายคริปโตก็จะมีวิธีการไม่แต่ต่างกันมาก คือผู้ลงทุนจะต้องมีการเปิดพอร์ตการซื้อขายเหรียญคริปโตผ่านศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) ซึ่งเปรียบเสมือนตลาดหลักทรัพย์ที่นักลงทุนสามารถเข้ามาซื้อขายเปลี่ยนมือกันได้บนกระดาน  โดยศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่คนไทยมักจะคุ้นหู และได้ยินกันบ่อยๆ ก็ได้แก่ บิทคับ (Bitkub) ศูนย์ซื้อขายที่ก่อตั้งโดยคนไทย จนกลายเป็นยูนิคอร์นตัวที่ 3 ของประเทศไทยที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ โดยจุดเด่นของบิทคับ คือ มีทีมที่ปรึกษาคนไทยคอยดูแลการลุงทุน หรือศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง ไบแนนซ์ (Binance) ที่เตรียมตัวจะเข้ามาเปิดตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว โดยศูนย์ซื้อขายเหล่านี้มีข้อแตกต่างกับตลาดหุ้นตรงที่สามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง 

การจัดพอร์ตเพื่อกระจายความเสี่ยงในการลงทุน

คริปโตจัดเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง จำพวกเดียวกับหุ้น (ตราสารทุน) และตราสารอนุพันธ์ต่างๆ ซึ่งภาวะตลาดค่อนข้างผันผวน มีเหรียญให้เลือกเทรดได้นับหมื่นสกุล ทั้งเหรียญเล็ก เหรียญใหญ่ บางเหรียญอาจเหมาะกับการลงทุนระยะยาว น่าเชื่อถือสามารถเก็บสะสมเพื่อให้ได้กำไรดีในอนาคตได้ แต่บางเหรียญก็เหมาะกับการลงทุนระยะสั้น ราคาเหรียญคริปโตอาจมีการขยับขึ้นลงได้มากกว่า 100% ภายในหนึ่งชั่วโมง 

แต่อย่างไรก็ตามการลงทุนที่มีโอกาสได้ผลตอบแทนที่สูงเช่นนี้ ก็มักจะมาพร้อมความเสี่ยงในการขาดทุนที่สูงเช่นกัน  เพราะฉะนั้นการวางแผนการลงทุนเพื่อความมั่นคงในระยะยาว เราอาจจะต้องกระจายความเสี่ยง ด้วยการแบ่งสัดส่วนการลงทุนแบบที่มีทั้งการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง แต่ได้กำไรสูง เช่น เหรียญคริปโต หุ้น ฯลฯ  และการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่ยังได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า เพื่อป้องกันการสูญเงินทั้งหมดที่มี หากมูลค่าของคริปโตลดต่ำลง หรือบางตัวที่ไม่ได้รับความนิยม หรือเปิดมาเพื่อหลอกลวงมูลค่าอาจกลายเป็นศูนย์เลยก็ได้ ซึ่งการออมเงินในรูปแบบประกันก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะนอกจากเงินต้นที่เราลงทุนไว้จะไม่สูญหายแล้ว เรายังได้ผลตอบแทนที่แน่นอน นอกจากนี้ยังได้รับความคุ้มครองในกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝันอื่นๆ เช่น การบาดเจ็บ หรือการเสียชีวิต (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในแต่ละกรมธรรม์)  พร้อมทั้งยังได้รับสิทธิในการลดหย่อนภาษีประจำปีอีกด้วย จึงถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด  

โดยทางอาคเนย์ประกันชีวิต ก็มีประกันหลากหลายรูปแบบที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย และวัตถุประสงค์ในการลงทุนของแต่ละบุคคล ทั้งประกันคุ้มครองชีวิต ประกันชีวิตสุขภาพ ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ และประกันชีวิตบำนาญ คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม ซื้อประกันออนไลน์ ได้ที่นี่  หรือสามารถติดตามข่าวสาร อาคเนย์ประกันชีวิต สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook อาคเนย์ Southeast, LINE Official @Southeast และ Call Center โทร 02-631-1331

ที่มา : 
https://workpointtoday.com/crypto-101-update-2022/
https://thematter.co/futureverse/futureword-cryptocurrency/160562