โค้งสุดท้ายก่อนยื่นภาษี หลายคนเริ่มกลับมาเช็กเอกสาร เช็กรายได้ และเช็กสิทธิ์ลดหย่อนกันแบบจริงจัง โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนหรือคนที่มีรายได้หลายทาง ซึ่งมักกังวลว่า ยื่นภาษีถูกต้องหรือไม่ ใช้สิทธิ์ครบหรือยัง และมีโอกาสพลาดจนต้องแก้ไขภายหลังหรือเปล่า
ความจริงแล้ว การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาออนไลน์ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด หากเตรียมข้อมูลให้ครบและเข้าใจลำดับขั้นตอนให้ชัด บทความนี้จะช่วยสรุปสิ่งสำคัญที่ควรรู้ก่อนยื่นภาษี เพื่อให้คุณยื่นได้อย่างถูกต้อง มั่นใจ และไม่หลุดสิทธิ์ลดหย่อนที่ควรได้
เช็กให้ครบ รายได้อะไรต้องนำมายื่นภาษี
ก่อนเริ่มยื่นภาษี สิ่งแรกที่ควรทำคือ ตรวจสอบรายได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในปีภาษีให้ครบ เพราะหลายคนไม่ได้มีแค่เงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่อาจมีรายได้เสริมที่ต้องนำมาคำนวณภาษีร่วมกันด้วย
ตัวอย่างรายได้ที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
- เงินเดือน
- โบนัส
- ค่าคอมมิชชั่น
- รายได้จากงานอิสระ (Freelance)
- รายได้จากค่าเช่าทรัพย์สิน
- รายได้จากธุรกิจส่วนตัว
สำหรับมนุษย์เงินเดือน บริษัทจะออกเอกสารสำคัญที่เรียกว่า หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ซึ่งใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการกรอกข้อมูลรายได้ และช่วยให้ทราบว่าถูกหักภาษีไว้แล้วเท่าไร
ข้อควรรู้
- เงินเดือนสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
- หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว จึงนำรายได้สุทธิไปคำนวณภาษี
เช็กสิทธิ์ค่าลดหย่อนภาษีที่หลายคนมักลืมใช้
อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้หลายคนเสียภาษีมากกว่าที่ควร คือใช้สิทธิ์ค่าลดหย่อนไม่ครบ ดังนั้นก่อนกดยื่นภาษี ควรไล่เช็กสิทธิ์สำคัญให้ครบทุกกลุ่ม
1. ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว
ค่าลดหย่อนพื้นฐานที่ผู้เสียภาษีส่วนใหญ่สามารถใช้ได้ เช่น
- ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
- คู่สมรส 60,000 บาท
- บุตร 30,000 – 60,000 บาทต่อคน
- ค่าลดหย่อนบิดามารดา
- ประกันสุขภาพบิดามารดา
หากบุตรยังศึกษาอยู่ เช่น ระดับมหาวิทยาลัย ก็ยังสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด
2. ค่าลดหย่อนกลุ่มประกันและการออม
กลุ่มนี้เป็นตัวช่วยสำคัญ เพราะไม่ได้แค่ช่วยลดภาษี แต่ยังช่วยวางแผนการเงินระยะยาวไปพร้อมกันด้วย
สิทธิ์ที่มักใช้กันบ่อย ได้แก่
- เบี้ยประกันชีวิต ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท
- ประกันสุขภาพ ลดหย่อนได้ 25,000 บาท
- ประกันชีวิตแบบบำนาญ ลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- RMF
- TESG
สำหรับมนุษย์เงินเดือน การวางแผนใช้สิทธิ์กลุ่มนี้อย่างเหมาะสมจะช่วยทั้งลดภาระภาษีและเพิ่มเงินออมในระยะยาว
3. ค่าลดหย่อนจากมาตรการรัฐ
ในบางปี รัฐอาจมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ หากมีใบเสร็จหรือเอกสารที่เข้าเงื่อนไข ควรเช็กให้ครบก่อนยื่น
ตัวอย่างมาตรการที่หลายคนคุ้นเคย เช่น
- Easy E-Receipt
- มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว
- โครงการกระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐ
บางโครงการสามารถใช้ลดหย่อนได้ตั้งแต่ 10,000 – 50,000 บาท จึงไม่ควรมองข้าม
4. ค่าลดหย่อนจากเงินบริจาค
การบริจาคก็สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน โดยเฉพาะกรณีที่บริจาคให้หน่วยงานหรือองค์กรที่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมาย
ตัวอย่าง เช่น
- บริจาคให้โรงพยาบาล
- บริจาคให้สถานศึกษา
- บริจาคให้มูลนิธิหรือองค์กรสาธารณกุศล
โดยทั่วไปสามารถลดหย่อนได้ไม่เกิน 10% ของรายได้สุทธิ และในบางกรณี เช่น โครงการที่รัฐสนับสนุน อาจได้รับสิทธิ์ลดหย่อนสองเท่า
ขั้นตอนยื่นภาษีออนไลน์ ทำอย่างไรให้ถูกต้อง
ปัจจุบันการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาออนไลน์สามารถทำได้สะดวกผ่านระบบของกรมสรรพากร โดยมีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้
Step 1 เตรียมเอกสาร
เอกสารที่ควรเตรียม ได้แก่
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
- เอกสารประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพ
- เอกสารกองทุนหรือการลงทุน
- ใบเสร็จเงินบริจาค
Step 2 เข้าสู่ระบบยื่นภาษี
เลือกแบบยื่นภาษีให้ถูกต้องตามลักษณะรายได้ของตนเอง
- ภ.ง.ด. 91 สำหรับมนุษย์เงินเดือน
- ภ.ง.ด. 90 สำหรับผู้มีรายได้หลายประเภท
Step 3 กรอกข้อมูลรายได้และค่าลดหย่อน
กรอกข้อมูลตามเอกสารที่เตรียมไว้ให้ตรงที่สุด ระบบจะช่วยคำนวณภาษีให้อัตโนมัติ แต่ผู้ยื่นยังควรตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งเสมอ
Step 4 ตรวจสอบข้อมูลก่อนยืนยัน
ก่อนกดยืนยัน ควรเช็กให้ครบว่า
- รายได้ถูกต้องหรือไม่
- ค่าลดหย่อนครบหรือยัง
- เอกสารแนบครบหรือไม่
เพราะหากยื่นผิดพลาด อาจต้องดำเนินการยื่นแก้ไขภาษีภายหลัง ซึ่งเพิ่มทั้งเวลาและความยุ่งยากแบบไม่จำเป็น
Step 5 ชำระภาษี (ถ้ามี)
หากมีภาษีต้องชำระ สามารถเลือกชำระผ่านช่องทางออนไลน์ได้หลายแบบ เช่น
- Mobile Banking
- Internet Banking
- บัตรเครดิต
ในบางกรณีอาจสามารถเลือกผ่อนชำระภาษีได้ จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขในระบบก่อนทำรายการ
สรุปเรื่องที่ต้องรู้ก่อนยื่นภาษีออนไลน์
การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอาจดูซับซ้อน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ยื่นเป็นครั้งแรกหรือมีรายได้หลายทาง แต่ถ้าเตรียมข้อมูลให้ครบและเช็กสิทธิ์ลดหย่อนให้ดี ก็จะช่วยให้การยื่นภาษีง่ายขึ้นมาก
- ตรวจสอบรายได้ทั้งหมดว่าครบทุกแหล่งแล้วหรือไม่
- เตรียมเอกสารสำคัญ เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
- เช็กสิทธิ์ค่าลดหย่อนภาษีให้ครบถ้วน
- กรอกข้อมูลให้ตรงกับเอกสาร
- ตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้งก่อนกดยืนยัน
เมื่อเตรียมข้อมูลครบและตรวจสอบอย่างรอบคอบ การยื่นภาษีจะไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอีกต่อไป แถมยังช่วยให้คุณบริหารภาษีและวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาว