- เด็กจบใหม่ 2025 ทำไมต้องวางแผนการเงินตั้งแต่เริ่มทำงาน?
- เงินเดือนเด็กจบใหม่ 2025 สตาร์ทกันเท่าไหร่?
- อาชีพมาแรงที่ควรรู้ ก่อนเลือกเส้นทางการทำงาน
- ได้เงินเดือนแล้ว แต่ทำไมไม่มีเงินเก็บ?
- เริ่มออมยังไงดี? ใช้กฎ 50/30/20 และทริคบริหารเงิน
- ข้อดีของการออมเงินสำหรับเด็กจบใหม่
- ประกันสะสมทรัพย์ ตัวช่วยออมเงินของ First Jobber
- เริ่มวางแผนการเงินกับผู้เชี่ยวชาญ SE Life
เด็กจบใหม่ 2025 ต้องรู้! หลังผ่านพ้นการรับปริญญา เป้าหมายต่อไปคือการหางานให้ได้เร็วที่สุด แต่อีกเรื่องที่หลายคนยังไม่ทันเตรียมตัวก็คือ “การวางแผนการเงินตั้งแต่ก้าวแรกของการทำงาน” ซึ่งสำคัญไม่แพ้การเลือกอาชีพเลยทีเดียว
บทความนี้จะพาคุณอัปเดตอาชีพมาแรง เงินเดือนเริ่มต้นของเด็กจบใหม่ในแต่ละสาย พร้อมทริควางแผนการเงินง่ายๆ ที่ช่วยให้คุณ ใช้เงินอย่างฉลาด ออมเงินได้ตั้งแต่เดือนแรก และต่อยอดสู่การมีเงินก้อนในระยะยาว
เด็กจบใหม่ 2025 ทำไมต้องวางแผนการเงินตั้งแต่เริ่มทำงาน?
ช่วงเริ่มต้นทำงานคือจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต จากที่เคยพึ่งพาครอบครัว ก็เริ่มมีรายได้เป็นของตัวเอง มีอิสระในการใช้เงินมากขึ้น แต่ถ้าใช้โดยไม่วางแผน อาจกลายเป็นช่วงเวลาที่สร้างหนี้แทนที่จะสร้างอนาคต
- เริ่มสร้างนิสัยทางการเงินที่ดีตั้งแต่ปีแรกของการทำงาน ทำให้อนาคตการเงิน “ง่ายกว่า” คนที่เริ่มช้า
- ช่วยจัดการภาระต่างๆ เช่น ค่าเช่าห้อง ค่าเดินทาง เงินส่งให้ครอบครัว หรือหนี้ กยศ.
- เตรียมพร้อมเป้าหมายใหญ่ในอนาคต เช่น ซื้อบ้าน ซื้อรถ เรียนต่อ หรือเริ่มต้นธุรกิจ
เงินเดือนเด็กจบใหม่ 2025 สตาร์ทกันเท่าไหร่?
จากเทรนด์ตลาดแรงงานปี 2025 ที่เทคโนโลยี AI, Digital, การแพทย์ และการเงินยังคงเติบโตต่อเนื่อง เด็กจบใหม่จึงมีโอกาสเลือกอาชีพที่หลากหลายขึ้น โดยภาพรวมเงินเดือนเริ่มต้นของเด็กจบใหม่ในหลายสายอาชีพก็มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามทักษะที่ตลาดต้องการ
ด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างช่วงเงินเดือนเริ่มต้นของเด็กจบใหม่ในกลุ่มอาชีพยอดฮิต (ตัวเลขโดยประมาณ อาจแตกต่างกันตามบริษัท ประสบการณ์ฝึกงาน และสกิลเสริมของแต่ละคน)
อาชีพมาแรงที่ควรรู้ ก่อนเลือกเส้นทางการทำงาน
อันดับ 1: สายเทคโนโลยี – สายนี้ยังมาแรงไม่หยุด!
เหมาะกับคนที่ชอบแก้ปัญหา มีพื้นฐานการเขียนโค้ด หรือสายครีเอทีฟที่ผสมผสานเทคโนโลยีเข้าไปในงาน
| อาชีพ | เงินเดือนเริ่มต้น |
|---|---|
| Software Developer | 25,000 – 40,000 บาท |
| AI Engineer | 30,000 – 50,000 บาท |
| UX/UI Designer | 22,000 – 30,000 บาท |
| Cybersecurity Analyst | 28,000 – 45,000 บาท |
อันดับ 2: สายธุรกิจ–การเงิน – สายวิเคราะห์กำลังโตไว
เหมาะกับคนที่ชอบตัวเลข การวิเคราะห์ข้อมูล และความละเอียดรอบคอบ
| อาชีพ | เงินเดือนเริ่มต้น |
|---|---|
| Business Analyst | 22,000 – 32,000 บาท |
| Investment Consultant | 25,000 – 38,000 บาท |
| Data Analyst | 25,000 – 35,000 บาท |
| นักบัญชี | 18,000 – 25,000 บาท |
อันดับ 3: สายการตลาด – สายงานสร้างสรรค์ + วิเคราะห์มาแรงมาก
เหมาะกับคนที่ชอบคิดคอนเทนต์ ชอบวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า และพร้อมเรียนรู้เครื่องมือดิจิทัลใหม่ๆ อยู่เสมอ
| อาชีพ | เงินเดือนเริ่มต้น |
|---|---|
| Digital Marketing | 20,000 – 28,000 บาท |
| Performance Marketing | 22,000 – 30,000 บาท |
| SEO Specialist | 20,000 – 27,000 บาท |
| Content Marketing | 18,000 – 25,000 บาท |
ได้เงินเดือนแล้ว แต่ทำไมไม่มีเงินเก็บ?
สำหรับเด็กจบใหม่ การได้เริ่มต้นทำงานคือก้าวสำคัญของชีวิต หลายคนรู้สึกภูมิใจที่เริ่มหาเงินได้เอง มีอิสรภาพในการใช้จ่าย และได้สัมผัสกับ “เงินเดือนก้อนแรก”
แต่อีกด้านหนึ่ง เด็กจบใหม่จำนวนมากกลับเจอปัญหาทางการเงินตั้งแต่ปีแรกของการทำงาน เช่น
- เงินหมดก่อนสิ้นเดือน เพราะไม่มีการแบ่งสัดส่วนรายจ่ายที่ชัดเจน ใช้ไปตามอารมณ์และไลฟ์สไตล์
- ต้องส่งเงินให้ที่บ้าน + จ่ายค่าหอ ทำให้เงินที่เหลือใช้ต่อเดือนน้อยลง
- มีภาระผ่อนคืน กยศ. แต่ยังไม่ได้วางแผนรับมืออย่างเป็นระบบ
- รูดบัตรเครดิตหรือผ่อนของตามใจ จนกลายเป็นหนี้ระยะยาวโดยไม่รู้ตัว
หลายอย่างเกิดจาก “ไม่ได้วางแผน” มากกว่า “เงินเดือนไม่พอ” การจัดสรรเงินให้ดีตั้งแต่ต้น จึงสำคัญกับเด็กจบใหม่ทุกคน
เริ่มออมยังไงดี? ใช้กฎ 50/30/20 จัดการเงินเดือนแบบง่ายๆ
ใช้กฎ 50/30/20 แบ่งรายรับให้ลงตัว
กฎ 50/30/20 เป็นวิธีแบ่งเงินที่เข้าใจง่าย เหมาะกับ First Jobber ที่อยากเริ่มต้นจัดการการเงินแบบไม่ซับซ้อน
- 50% ค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าเช่าห้อง ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าน้ำ–ไฟ และค่าใช้จ่ายประจำ
- 30% ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว เช่น กินข้าวนอกบ้าน ท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง ซื้อของที่ชอบ ดูคอนเสิร์ต ฯลฯ
- 20% เพื่อออมเงิน / ลงทุน สำหรับอนาคตของตัวเอง ทั้งเงินสำรองฉุกเฉิน เงินเก็บก้อน และการลงทุน
ออมเงินแบบมนุษย์เงินเดือนมือใหม่
ถ้าอยากเก็บเงินให้ได้จริง ไม่ใช่แค่ “ตั้งใจในใจ” ลองเริ่มจากการจัดระบบให้เงินทำงานแทนเรา
- เปิดบัญชีออมเงินแยกจากบัญชีใช้จ่าย เพื่อไม่ให้เงินออมปนกับเงินใช้ในชีวิตประจำวัน
- ตั้งโอนอัตโนมัติทุกเดือน หักเข้าบัญชีออม หรือแผนออมระยะยาวทันทีที่เงินเดือนเข้า
- ตั้งเป้าออมอย่างน้อย 10–20% ของรายได้ ถ้ายังเริ่มที่ 20% ไม่ได้ อาจเริ่มที่ 5–10% แล้วค่อยๆ เพิ่ม
สำหรับคนที่ยังไม่ถนัดลงทุนเอง หรือกลัวความเสี่ยง ประกันออมทรัพย์ / ประกันสะสมทรัพย์ ก็เป็นตัวช่วยที่ดี ที่จะทำให้คุณออมได้แบบมีวินัย แถมยังได้คืนเป็นเงินก้อนอีกด้วย
ข้อดีของการออมเงิน สำหรับเด็กจบใหม่ & คนเพิ่งเริ่มทำงาน
- มีเงินกันพลาดเวลาเกิดเรื่องไม่คาดฝัน เช่น โทรศัพท์พัง เจ็บป่วยกะทันหัน หรือมีค่าใช้จ่ายด่วน
- ช่วยให้ไปถึงเป้าหมายเร็วขึ้น ไม่ว่าจะอยากไปเที่ยว ซื้อของชิ้นใหญ่ หรือเรียนต่อ
- ใช้ชีวิตแบบไม่เครียดเรื่องเงิน สิ้นเดือนยังมีเงินเหลือ ไม่ต้องรอวันเงินเดือนออกแบบใจหายใจคว่ำ
- ฝึกนิสัยจัดการเงินตั้งแต่ต้น ช่วยให้ชีวิตการเงินในอนาคตไม่ปวดหัว ไม่ต้องมานั่งแก้ปัญหาหนี้ทีหลัง
- เงินออมสามารถต่อยอดได้ เช่น เอาไปลงทุน ฝากประจำ หรือซื้อประกันแบบมีเงินคืน / ประกันสะสมทรัพย์
- เริ่มออมตอนนี้ สบายตอนอายุ 40–50 ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ตอนอายุมากแล้ว

ประกันสะสมทรัพย์ดีอย่างไร? ตัวช่วยที่ทำให้เก็บเงินได้จริง
ประกันสะสมทรัพย์ เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่เริ่มมีรายได้ โดยเฉพาะ ผู้ที่มีเงินเดือนตั้งแต่ประมาณ 26,583 บาท/เดือนขึ้นไป เพราะสามารถวางแผนเพื่อใช้สิทธิ์ ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี หากจัดแผนให้เหมาะสมกับรายได้และภาระค่าใช้จ่าย
- ช่วยสร้างวินัยการออม เพราะต้องจ่ายเบี้ยประกันเป็นประจำ ทำให้ไม่เผลอใช้เงินหมดก่อนออม
- ได้เงินคืนเป็นเงินก้อนหรือเป็นงวด ตามแบบแผนที่เลือก ช่วยต่อยอดแผนการเงินในอนาคต
- มีความคุ้มครองชีวิตในตัว ต่างจากการฝากเงินทั่วไปที่เน้นแค่ดอกเบี้ย
- ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ ตามเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด ทำให้ “เงินที่ต้องเสียภาษี” กลายเป็น “เงินออมของเรา” แทน
ทริคเล็กๆ สำหรับวัยรุ่นสร้างตัว สามารถศึกษาเพิ่มเติมจากแนวคิดในหัวข้ออย่างเช่น “เทคนิคซื้อประกันลดหย่อนภาษีอย่างไรให้คุ้ม ลดหย่อนได้เยอะ” แล้วนำมาประยุกต์ใช้กับรายได้และเป้าหมายของตัวเอง
เมื่อเข้าใจหลักการแล้ว การเริ่มต้นออมเงินผ่านประกันสะสมทรัพย์ตั้งแต่เริ่มทำงาน จะช่วยให้คุณค่อยๆ สร้างทั้ง เงินออม เงินก้อน และความคุ้มครองชีวิต ไปพร้อมกัน
เริ่มต้นออมเงินกับประกันสะสมทรัพย์ เสริมสร้างอนาคตการเงินที่มั่นคง
การเริ่มต้นวางแผนการเงินตั้งแต่ตอนนี้ จะช่วยให้คุณสร้างอนาคตทางการเงินที่มั่นคงได้เร็วขึ้น ไม่ว่าคุณจะเป็น First Jobber ในสายเทค สายการเงิน สายการตลาด หรืออาชีพไหนก็ตาม การจัดการเงินอย่างมีระเบียบ จะทำให้คุณก้าวหน้าได้ง่ายขึ้นมาก
การออมเงินผ่านประกันสะสมทรัพย์ จึงถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการเริ่มต้นออมเงินอย่างมีวินัย พร้อมทั้งได้รับความคุ้มครองชีวิตในเวลาเดียวกัน และยังสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ตามที่กรมสรรพากรกำหนดอีกด้วย
หากคุณสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ประกันสะสมทรัพย์ หรืออยากเปรียบเทียบแผนต่างๆ ของ SE Life อาคเนย์ประกันชีวิต สามารถศึกษาจากบทความและข้อมูลผลิตภัณฑ์บนเว็บไซต์ หรือหากต้องการคำแนะนำแบบตัวต่อตัว สามารถ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ SE Life เพื่อปรึกษาฟรี ช่วยออกแบบแผนออมเงินและประกันสะสมทรัพย์ให้เหมาะกับรายได้และเป้าหมายของคุณได้
สรุปบทความ
เด็กจบใหม่ 2025 นอกจากต้องเลือกอาชีพให้เหมาะกับความถนัดและเทรนด์ตลาดแล้ว การเริ่มต้นวางแผนการเงินตั้งแต่ “เงินเดือนก้อนแรก” ก็สำคัญไม่แพ้กัน การรู้ช่วงเงินเดือนเริ่มต้นของแต่ละสายงาน การเข้าใจปัญหาการเงินที่มักเจอในปีแรก รวมถึงการใช้กฎ 50/30/20 ช่วยจัดสรรรายได้ จะทำให้คุณเริ่มต้นชีวิตการทำงานได้อย่างมั่นคงและไม่หลงทางเรื่องเงิน
การออมเงินผ่านประกันสะสมทรัพย์ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับ First Jobber ที่อยากออมแบบมีวินัย ได้ทั้งความคุ้มครองชีวิตและโอกาสใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ภาษีแล้ว การวางแผนให้ดีตั้งแต่วันนี้จะช่วยให้คุณค่อยๆ สร้างเงินก้อนสำหรับอนาคตได้อย่างเป็นระบบ และทำให้เป้าหมายใหญ่ในชีวิตเป็นเรื่องที่ “ไปถึงได้จริง” ไม่ใช่แค่ความฝัน