Detail
Discount
Help

 >  บทความ  >  เช็กเงินเดือนเด็กจบใหม่ 2568 สายอาชีพไหนรุ่ง? พร้อมทริควางแผนการเงินตั้งแต่เริ่มทำงาน

เช็กเงินเดือนเด็กจบใหม่ 2568 สายอาชีพไหนรุ่ง? พร้อมทริควางแผนการเงินตั้งแต่เริ่มทำงาน

11 ธ.ค. 2568

เด็กจบใหม่ 2025 ต้องรู้! หลังผ่านพ้นการรับปริญญา เป้าหมายต่อไปคือการหางานให้ได้เร็วที่สุด แต่อีกเรื่องที่หลายคนยังไม่ทันเตรียมตัวก็คือ “การวางแผนการเงินตั้งแต่ก้าวแรกของการทำงาน” ซึ่งสำคัญไม่แพ้การเลือกอาชีพเลยทีเดียว

บทความนี้จะพาคุณอัปเดตอาชีพมาแรง เงินเดือนเริ่มต้นของเด็กจบใหม่ในแต่ละสาย พร้อมทริควางแผนการเงินง่ายๆ ที่ช่วยให้คุณ ใช้เงินอย่างฉลาด ออมเงินได้ตั้งแต่เดือนแรก และต่อยอดสู่การมีเงินก้อนในระยะยาว

 

เด็กจบใหม่ 2025 ทำไมต้องวางแผนการเงินตั้งแต่เริ่มทำงาน?

ช่วงเริ่มต้นทำงานคือจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต จากที่เคยพึ่งพาครอบครัว ก็เริ่มมีรายได้เป็นของตัวเอง มีอิสระในการใช้เงินมากขึ้น แต่ถ้าใช้โดยไม่วางแผน อาจกลายเป็นช่วงเวลาที่สร้างหนี้แทนที่จะสร้างอนาคต

  • เริ่มสร้างนิสัยทางการเงินที่ดีตั้งแต่ปีแรกของการทำงาน ทำให้อนาคตการเงิน “ง่ายกว่า” คนที่เริ่มช้า
  • ช่วยจัดการภาระต่างๆ เช่น ค่าเช่าห้อง ค่าเดินทาง เงินส่งให้ครอบครัว หรือหนี้ กยศ.
  • เตรียมพร้อมเป้าหมายใหญ่ในอนาคต เช่น ซื้อบ้าน ซื้อรถ เรียนต่อ หรือเริ่มต้นธุรกิจ
 

เงินเดือนเด็กจบใหม่ 2025 สตาร์ทกันเท่าไหร่?

จากเทรนด์ตลาดแรงงานปี 2025 ที่เทคโนโลยี AI, Digital, การแพทย์ และการเงินยังคงเติบโตต่อเนื่อง เด็กจบใหม่จึงมีโอกาสเลือกอาชีพที่หลากหลายขึ้น โดยภาพรวมเงินเดือนเริ่มต้นของเด็กจบใหม่ในหลายสายอาชีพก็มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามทักษะที่ตลาดต้องการ

ด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างช่วงเงินเดือนเริ่มต้นของเด็กจบใหม่ในกลุ่มอาชีพยอดฮิต (ตัวเลขโดยประมาณ อาจแตกต่างกันตามบริษัท ประสบการณ์ฝึกงาน และสกิลเสริมของแต่ละคน)

 

อาชีพมาแรงที่ควรรู้ ก่อนเลือกเส้นทางการทำงาน

 

อันดับ 1: สายเทคโนโลยี – สายนี้ยังมาแรงไม่หยุด!

เหมาะกับคนที่ชอบแก้ปัญหา มีพื้นฐานการเขียนโค้ด หรือสายครีเอทีฟที่ผสมผสานเทคโนโลยีเข้าไปในงาน

อาชีพ เงินเดือนเริ่มต้น
Software Developer 25,000 – 40,000 บาท
AI Engineer 30,000 – 50,000 บาท
UX/UI Designer 22,000 – 30,000 บาท
Cybersecurity Analyst 28,000 – 45,000 บาท
 

อันดับ 2: สายธุรกิจ–การเงิน – สายวิเคราะห์กำลังโตไว

เหมาะกับคนที่ชอบตัวเลข การวิเคราะห์ข้อมูล และความละเอียดรอบคอบ

อาชีพ เงินเดือนเริ่มต้น
Business Analyst 22,000 – 32,000 บาท
Investment Consultant 25,000 – 38,000 บาท
Data Analyst 25,000 – 35,000 บาท
นักบัญชี 18,000 – 25,000 บาท
 

อันดับ 3: สายการตลาด – สายงานสร้างสรรค์ + วิเคราะห์มาแรงมาก

เหมาะกับคนที่ชอบคิดคอนเทนต์ ชอบวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า และพร้อมเรียนรู้เครื่องมือดิจิทัลใหม่ๆ อยู่เสมอ

อาชีพ เงินเดือนเริ่มต้น
Digital Marketing 20,000 – 28,000 บาท
Performance Marketing 22,000 – 30,000 บาท
SEO Specialist 20,000 – 27,000 บาท
Content Marketing 18,000 – 25,000 บาท
 

ได้เงินเดือนแล้ว แต่ทำไมไม่มีเงินเก็บ?

สำหรับเด็กจบใหม่ การได้เริ่มต้นทำงานคือก้าวสำคัญของชีวิต หลายคนรู้สึกภูมิใจที่เริ่มหาเงินได้เอง มีอิสรภาพในการใช้จ่าย และได้สัมผัสกับ “เงินเดือนก้อนแรก”

แต่อีกด้านหนึ่ง เด็กจบใหม่จำนวนมากกลับเจอปัญหาทางการเงินตั้งแต่ปีแรกของการทำงาน เช่น

  • เงินหมดก่อนสิ้นเดือน เพราะไม่มีการแบ่งสัดส่วนรายจ่ายที่ชัดเจน ใช้ไปตามอารมณ์และไลฟ์สไตล์
  • ต้องส่งเงินให้ที่บ้าน + จ่ายค่าหอ ทำให้เงินที่เหลือใช้ต่อเดือนน้อยลง
  • มีภาระผ่อนคืน กยศ. แต่ยังไม่ได้วางแผนรับมืออย่างเป็นระบบ
  • รูดบัตรเครดิตหรือผ่อนของตามใจ จนกลายเป็นหนี้ระยะยาวโดยไม่รู้ตัว

หลายอย่างเกิดจาก “ไม่ได้วางแผน” มากกว่า “เงินเดือนไม่พอ” การจัดสรรเงินให้ดีตั้งแต่ต้น จึงสำคัญกับเด็กจบใหม่ทุกคน

 

เริ่มออมยังไงดี? ใช้กฎ 50/30/20 จัดการเงินเดือนแบบง่ายๆ

 

ใช้กฎ 50/30/20 แบ่งรายรับให้ลงตัว

กฎ 50/30/20 เป็นวิธีแบ่งเงินที่เข้าใจง่าย เหมาะกับ First Jobber ที่อยากเริ่มต้นจัดการการเงินแบบไม่ซับซ้อน

  • 50% ค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าเช่าห้อง ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าน้ำ–ไฟ และค่าใช้จ่ายประจำ
  • 30% ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว เช่น กินข้าวนอกบ้าน ท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง ซื้อของที่ชอบ ดูคอนเสิร์ต ฯลฯ
  • 20% เพื่อออมเงิน / ลงทุน สำหรับอนาคตของตัวเอง ทั้งเงินสำรองฉุกเฉิน เงินเก็บก้อน และการลงทุน
 

ออมเงินแบบมนุษย์เงินเดือนมือใหม่

ถ้าอยากเก็บเงินให้ได้จริง ไม่ใช่แค่ “ตั้งใจในใจ” ลองเริ่มจากการจัดระบบให้เงินทำงานแทนเรา

  • เปิดบัญชีออมเงินแยกจากบัญชีใช้จ่าย เพื่อไม่ให้เงินออมปนกับเงินใช้ในชีวิตประจำวัน
  • ตั้งโอนอัตโนมัติทุกเดือน หักเข้าบัญชีออม หรือแผนออมระยะยาวทันทีที่เงินเดือนเข้า
  • ตั้งเป้าออมอย่างน้อย 10–20% ของรายได้ ถ้ายังเริ่มที่ 20% ไม่ได้ อาจเริ่มที่ 5–10% แล้วค่อยๆ เพิ่ม

สำหรับคนที่ยังไม่ถนัดลงทุนเอง หรือกลัวความเสี่ยง ประกันออมทรัพย์ / ประกันสะสมทรัพย์ ก็เป็นตัวช่วยที่ดี ที่จะทำให้คุณออมได้แบบมีวินัย แถมยังได้คืนเป็นเงินก้อนอีกด้วย

 

ข้อดีของการออมเงิน สำหรับเด็กจบใหม่ & คนเพิ่งเริ่มทำงาน

  • มีเงินกันพลาดเวลาเกิดเรื่องไม่คาดฝัน เช่น โทรศัพท์พัง เจ็บป่วยกะทันหัน หรือมีค่าใช้จ่ายด่วน
  • ช่วยให้ไปถึงเป้าหมายเร็วขึ้น ไม่ว่าจะอยากไปเที่ยว ซื้อของชิ้นใหญ่ หรือเรียนต่อ
  • ใช้ชีวิตแบบไม่เครียดเรื่องเงิน สิ้นเดือนยังมีเงินเหลือ ไม่ต้องรอวันเงินเดือนออกแบบใจหายใจคว่ำ
  • ฝึกนิสัยจัดการเงินตั้งแต่ต้น ช่วยให้ชีวิตการเงินในอนาคตไม่ปวดหัว ไม่ต้องมานั่งแก้ปัญหาหนี้ทีหลัง
  • เงินออมสามารถต่อยอดได้ เช่น เอาไปลงทุน ฝากประจำ หรือซื้อประกันแบบมีเงินคืน / ประกันสะสมทรัพย์
  • เริ่มออมตอนนี้ สบายตอนอายุ 40–50 ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ตอนอายุมากแล้ว
 

salary-jobtrend-2568

 

ประกันสะสมทรัพย์ดีอย่างไร? ตัวช่วยที่ทำให้เก็บเงินได้จริง

ประกันสะสมทรัพย์ เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่เริ่มมีรายได้ โดยเฉพาะ ผู้ที่มีเงินเดือนตั้งแต่ประมาณ 26,583 บาท/เดือนขึ้นไป เพราะสามารถวางแผนเพื่อใช้สิทธิ์ ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี หากจัดแผนให้เหมาะสมกับรายได้และภาระค่าใช้จ่าย

  • ช่วยสร้างวินัยการออม เพราะต้องจ่ายเบี้ยประกันเป็นประจำ ทำให้ไม่เผลอใช้เงินหมดก่อนออม
  • ได้เงินคืนเป็นเงินก้อนหรือเป็นงวด ตามแบบแผนที่เลือก ช่วยต่อยอดแผนการเงินในอนาคต
  • มีความคุ้มครองชีวิตในตัว ต่างจากการฝากเงินทั่วไปที่เน้นแค่ดอกเบี้ย
  • ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ ตามเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด ทำให้ “เงินที่ต้องเสียภาษี” กลายเป็น “เงินออมของเรา” แทน

ทริคเล็กๆ สำหรับวัยรุ่นสร้างตัว สามารถศึกษาเพิ่มเติมจากแนวคิดในหัวข้ออย่างเช่น “เทคนิคซื้อประกันลดหย่อนภาษีอย่างไรให้คุ้ม ลดหย่อนได้เยอะ” แล้วนำมาประยุกต์ใช้กับรายได้และเป้าหมายของตัวเอง

เมื่อเข้าใจหลักการแล้ว การเริ่มต้นออมเงินผ่านประกันสะสมทรัพย์ตั้งแต่เริ่มทำงาน จะช่วยให้คุณค่อยๆ สร้างทั้ง เงินออม เงินก้อน และความคุ้มครองชีวิต ไปพร้อมกัน

 

เริ่มต้นออมเงินกับประกันสะสมทรัพย์ เสริมสร้างอนาคตการเงินที่มั่นคง

การเริ่มต้นวางแผนการเงินตั้งแต่ตอนนี้ จะช่วยให้คุณสร้างอนาคตทางการเงินที่มั่นคงได้เร็วขึ้น ไม่ว่าคุณจะเป็น First Jobber ในสายเทค สายการเงิน สายการตลาด หรืออาชีพไหนก็ตาม การจัดการเงินอย่างมีระเบียบ จะทำให้คุณก้าวหน้าได้ง่ายขึ้นมาก

การออมเงินผ่านประกันสะสมทรัพย์ จึงถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการเริ่มต้นออมเงินอย่างมีวินัย พร้อมทั้งได้รับความคุ้มครองชีวิตในเวลาเดียวกัน และยังสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ตามที่กรมสรรพากรกำหนดอีกด้วย

หากคุณสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ประกันสะสมทรัพย์ หรืออยากเปรียบเทียบแผนต่างๆ ของ SE Life อาคเนย์ประกันชีวิต สามารถศึกษาจากบทความและข้อมูลผลิตภัณฑ์บนเว็บไซต์ หรือหากต้องการคำแนะนำแบบตัวต่อตัว สามารถ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ SE Life เพื่อปรึกษาฟรี ช่วยออกแบบแผนออมเงินและประกันสะสมทรัพย์ให้เหมาะกับรายได้และเป้าหมายของคุณได้

คำถามที่พบบ่อย

คำตอบสั้นๆ คือ “ยิ่งเร็ว ยิ่งดี” โดยเฉพาะตั้งแต่เดือนแรกที่เริ่มทำงาน เพราะจะทำให้คุณเห็นภาพรายรับ–รายจ่ายจริงของตัวเอง ว่าเงินไปอยู่ตรงไหนบ้าง แล้วค่อยเริ่มแบ่งส่วนสำหรับออมและลงทุน ถ้าเริ่มช้า มักต้องใช้เวลานานขึ้นกว่าจะมีเงินก้อนเท่าคนที่เริ่มก่อน
ได้แน่นอน เพราะการออมไม่จำเป็นต้องเริ่มจากจำนวนเงินเยอะๆ เสมอไป อาจเริ่มที่ 5–10% ของรายได้ก่อน เช่น เดือนละ 500–1,000 บาท แล้วค่อยเพิ่มเมื่อเงินเดือนมากขึ้น สิ่งสำคัญคือ “ความสม่ำเสมอ” ไม่ใช่จำนวนเริ่มต้นว่าต้องสูงแค่ไหน
ไม่จำเป็นต้องเป๊ะ แต่ใช้เป็น “โครง” ช่วยจัดระเบียบการเงินได้ดี ถ้ามีภาระจำเป็นเยอะ เช่น ต้องส่งเงินให้ที่บ้าน อาจขยับเป็น 60/25/15 หรือ 55/25/20 ก็ได้ ขอแค่ให้ยังเหลือส่วนของ “การออม/ลงทุน” เป็นประจำทุกเดือนก็ถือว่าใช้ได้แล้ว
ฝากเงินหรือกองทุนจะเน้นเรื่อง “ผลตอบแทนจากการลงทุน” เป็นหลัก ขณะที่ประกันสะสมทรัพย์เน้น “ออม + คุ้มครอง” ในตัวเดียวกัน ได้ทั้งเงินคืนตามแผนที่กำหนด มีความคุ้มครองชีวิต และหลายแบบยังใช้ลดหย่อนภาษีได้ เหมาะกับคนที่อยากให้เงินเติบโตแบบคงเส้นคงวาและไม่เสี่ยงมากเกินไป
โดยทั่วไป ถ้ามีเงินเดือนตั้งแต่ราวๆ 26,583 บาท/เดือนขึ้นไป และบริหารค่าใช้จ่ายพื้นฐานได้ลงตัว ก็สามารถเริ่มวางแผนทำประกันสะสมทรัพย์เพื่อใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ แต่ตัวเลขที่เหมาะสมจริงๆ ควรดูร่วมกับค่าใช้จ่ายและเป้าหมายของแต่ละคนด้วย
ถ้ายังไม่เข้าเกณฑ์เสียภาษี ประกันสะสมทรัพย์อาจไม่ได้เด่นเรื่อง “ลดหย่อนภาษี” แต่ยังมีข้อดีเรื่องการออมแบบมีวินัยและความคุ้มครองชีวิต ถ้ามีเงินเหลือออมพอ และอยากบังคับตัวเองให้เก็บเงินระยะยาว ก็สามารถเริ่มได้ แต่ควรไม่กดดันกระแสเงินสดรายเดือนจนเกินไป
คุณสามารถเริ่มจากการสรุปรายรับ–รายจ่ายเป๊ะๆ ของตัวเองก่อน จากนั้นลองคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านประกันชีวิตและการวางแผนการเงิน เพื่อช่วยออกแบบแผนที่เหมาะกับรายได้และเป้าหมายของคุณได้ โดยสามารถ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ SE Life อาคเนย์ประกันชีวิตเพื่อปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

สรุปบทความ

เด็กจบใหม่ 2025 นอกจากต้องเลือกอาชีพให้เหมาะกับความถนัดและเทรนด์ตลาดแล้ว การเริ่มต้นวางแผนการเงินตั้งแต่ “เงินเดือนก้อนแรก” ก็สำคัญไม่แพ้กัน การรู้ช่วงเงินเดือนเริ่มต้นของแต่ละสายงาน การเข้าใจปัญหาการเงินที่มักเจอในปีแรก รวมถึงการใช้กฎ 50/30/20 ช่วยจัดสรรรายได้ จะทำให้คุณเริ่มต้นชีวิตการทำงานได้อย่างมั่นคงและไม่หลงทางเรื่องเงิน

การออมเงินผ่านประกันสะสมทรัพย์ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับ First Jobber ที่อยากออมแบบมีวินัย ได้ทั้งความคุ้มครองชีวิตและโอกาสใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ภาษีแล้ว การวางแผนให้ดีตั้งแต่วันนี้จะช่วยให้คุณค่อยๆ สร้างเงินก้อนสำหรับอนาคตได้อย่างเป็นระบบ และทำให้เป้าหมายใหญ่ในชีวิตเป็นเรื่องที่ “ไปถึงได้จริง” ไม่ใช่แค่ความฝัน