บทความน่ารู้เกี่ยวกับวิธีคำนวณภาษี | SE Life อาคเนย์ประกันชีวิต
 
Detail
Discount
Help

 >  บทความ  >  วิธีคิดคำนวณภาษี 2566 รายได้เท่าไหร่ต้องยื่นเสียภาษีเงินได้

วิธีคิดคำนวณภาษี 2566 รายได้เท่าไหร่ต้องยื่นเสียภาษีเงินได้

17 ม.ค. 2567

คำนวณภาษีง่าย ๆ ได้ด้วยตัวคุณเอง ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
เมื่อเริ่มทำงาน และเริ่ม “มีรายได้” เข้ามาในกระเป๋ามากขึ้น หนึ่งสิ่งที่มักตามมาอยู่คู่กันก็คือ “การเสียภาษี”
ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อนหลายคนอาจจะต้องตกใจกันอยู่พักใหญ่ เพราะไม่รู้ว่าจะต้องคำนวณภาษีกันยังไง แล้วมีขั้นตอนอะไรบ้าง หรือแม้แต่ไม่รู้ว่าตัวเองต้องเสียภาษีหรือไม่ แต่ในปัจจุบันปี 2566 มีเครื่องมือมากมายที่ช่วยให้เราคำนวณภาษีได้ง่ายขึ้นนั้นก็คือ คำนวณภาษีออนไลน์ ซึ่งถึงแม้จะมีประโยชน์มากมายแต่เราก็ควรจะรู้วิธีการคำนวณภาษีเบื้องต้น จะได้ไม่เสียผลประโยชน์ในเวลาที่เราต้องจ่ายภาษี 
 
สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มคำนวณภาษี
รายได้ 
รายได้รวมตลอดทั้งปี ตั้งแต่ 1 มกราคม จนถึง 31 ธันวาคม ทั้งรายได้จากงานประจำและรายได้เสริมอื่น ๆ เช่น ปล่อยค่าบ้าน
ค่าใช้จ่าย 
ต้นทุนในการทำธุรกิจ หรือหากรับเป็นเงินเดือนสามารถหักลดค่าใช้จ่ายแบบเหมา 50% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดโดยไม่เกิน 100,000 บาท 
ค่าลดหย่อน 
สิทธิขอลดหย่อนภาษี ไม่ว่าจะเป็นค่าลดหย่อนพื้นฐาน, ครอบครัว, การลงทุน, กองทุน หรือแม้แต่การทำประกัน 
อัตราภาษี 
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะคิดอัตราภาษีก้าวหน้าแบบขั้นบันได หรือแบบเหมาจ่าย ขึ้นอยู่กับว่าแบบใดจะเสียภาษีมากกว่าให้ยึดจ่ายตามนั้น
 
คำนวณหาเงินได้สุทธิบุคคลธรรมดา
สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนเริ่มคำนวณภาษีคือการคำนวณรายได้สุทธิ ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในเรื่องของการลดภาษีที่ต้องจ่ายในแต่ละปี แถมยังช่วยให้เราได้เงินคืนหากเราถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ซึ่งมีสูตรง่าย ๆ ดังนี้
สูตรการคำนวณหาเงินได้สุทธิ
เงินได้สุทธิ = เงินได้ทั้งปี-หักค่าใช้จ่าย-หักค่าลดหย่อน
 
สมมติว่า นาย A เป็นพนักงานเงินเดือนมีรายได้ทั้งปีรวมกัน 300,000 บาท หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 100,000 บาท และมีรายการลดหย่อนภาษีส่วนตัว 60,000 บาท ประกันสังคม 9,000 บาท ไม่มีกองทุนหรือประกันอื่น ๆ
 
เงินได้สุทธิ  = เงินได้ทั้งปี-หักค่าใช้จ่าย-หักค่าลดหย่อน
300,000-100,000-(60,000+9,000) = 131,000 บาท
 
เท่ากับว่า นาย A จะมีรายได้สุทธิ 131,000 บาทต่อปี ก็จะนำจำนวนดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับตารางภาษีขั้นบันไดแล้วดูว่าตัวเองต้องเสียภาษีถึงขั้นไหน ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่าถ้าเรานำค่าเบี้ยประกัน หรือกองทุนที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ นอกจากจะช่วยลดภาษีในแต่ละขั้นลงแล้ว จะช่วยลดภาษีที่ต้องจ่ายได้มากเลยทีเดียว เนื่องจากการคำนวณอัตราภาษีก้าวหน้าแบบขั้นบันไดจะคิดไล่จากปริมาณภาษีที่ละขั้น โดยไล่จากขั้นที่น้อยที่สุดไปหาขั้นที่สูงขึ้น สรุปก็คือยิ่งจำนวนขั้นภาษีที่ต้องจ่ายน้อยเท่าไหร่ เราก็ยิ่งเสียภาษีน้อยเท่านั้น
 
สูตรการคำนวณหาเงินได้สุทธิ
ภาษีที่ต้องจ่าย = เงินได้สุทธิ x อัตราภาษี
 
โดยปกติการคำนวณภาษีจะใช้การคำนวณแบบอัตราภาษีก้าวหน้าแบบขั้นบันไดเป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นผู้ที่เสียภาษีนั้นมีรายได้เพิ่มขึ้นจากช่องทางอื่น ๆ เช่น ค่าปล่อยเช่าบ้าน ค่างานพิเศษ หรืองานเสริม จึงจะต้องคำนวณภาษีอีกแบบเพิ่มขึ้นมานั้นก็คือ การคำนวณภาษีแบบเหมา 
 
วิธีที่ 1 คำนวณภาษีที่ต้องจ่ายแบบขั้นบันได (ฉบับย่อ)
เนื่องจากการคำนวณภาษีแบบขั้นบันไดมีวิธีการคำนวณที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน อาจไม่เหมาะสำหรับมือใหม่ เพราะต้องใช้เวลานานในการทำความเข้าใจ อาจสับสนได้ยิ่งเวลามีตัวเลขเยอะ ๆ วันนี้จึงขอนำเสนอสูตรคำนวณภาษีง่าย ๆ ที่สามารถคำนวณได้ด้วยตัวเอง 
สูตรการคำนวณหาภาษีที่ต้องจ่าย
[ (เงินได้สุทธิ – เงินได้สุทธิสูงสุดในขั้นก่อนหน้า) x อัตราภาษี ] + ภาษีสะสมที่ต้องจ่ายในขั้นก่อนหน้า
 
เพียงหารายได้สุทธิที่ผ่านการหักลบค่าลดหย่อนภาษีเรียบร้อยแล้ว นำมาเปรียบเทียบตารางด้านล่างว่าอยู่ในช่วงไหน จากนั้นก็นำเงินได้สุทธิของตัวเองไปคำนวณในสูตรได้เลย เพียงเท่านี้เราก็จะรู้จำนวนภาษีที่ต้องเสียในปีนั้นแล้ว
 
เงินได้สุทธิ (บาท)
ภาษีที่ต้องจ่าย = 
0 - 150,000
ได้รับการยกเว้นภาษี
150,000 - 300,000
(เงินได้สุทธิ – 150,000) x 0.05
300,001 - 500,000
[ (เงินได้สุทธิ – 300,000) x 0.10 ] + 7,500
500,001 - 750,000
[ (เงินได้สุทธิ – 500,000) x 0.15 ] + 27,500
750,001 - 1,000,000
[ (เงินได้สุทธิ – 750,000) x 0.20 ] + 65,000
1,000,001 - 2,000,000
[ (เงินได้สุทธิ – 1,000,000) x 0.25 ] + 115,000
2,000,001 - 5,000,000
[ (เงินได้สุทธิ – 2,000,000) x 0.30 ] + 365,000
5,000,001 ขึ้นไป
[ (เงินได้สุทธิ – 5,000,000) x 0.35 ] + 1,265,000
 
 
วิธีที่ 2 คำนวณภาษีที่ต้องจ่ายแบบเหมา 0.5%
หากผู้ที่มีเงินได้จากช่องทางอื่น ๆ นอกจากเงินได้ประเภทที่ 1 หรือเงินเดือน รวมกันตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป จะต้องคำนวณภาษีแบบเหมาในอัตราร้อยละ 0.5 ด้วยโดยนำรายได้ต่าง ๆ มารวมกันแล้วคูณด้วย 0.005 เพื่อที่จะหาค่าภาษีที่ต้องจ่าย และถ้าหากไม่เกิน 5,000 บาทจะได้รับการยกเว้นภาษี แต่ถ้าไม่มีรายได้อื่น ๆ สามารถข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลย
สูตรการคำนวณภาษีแบบเหมา
ภาษีแบบเหมา = (เงินได้ทุกประเภท – เงินเดือน) x 0.005
 
เมื่อคำนวณเสร็จแล้วให้นำภาษีที่ต้องจ่ายมาเปรียบเทียบกันดูว่าวิธีไหนต้องเสียภาษีมากกว่า ให้เลือกเสียภาษีตามวิธีนั้น
 
จะเห็นว่าการคำนวณภาษีไม่ใช่เรื่องยาก ใคร ๆ ก็สามารถคำนวณภาษีเองได้ เพื่อที่จะเราจะสามารถวางแผนหักค่าลดหย่อนภาษีในอนาคตได้ ซึ่งมีเคล็ดลับดีๆเกี่ยวกับ การทำประกันชีวิตหักลดหย่อนภาษียังไงให้คุ้ม ที่จะช่วยให้คุณวางแผนเรื่องภาษีได้ดียิ่งขึ้น ต้องการรับคำปรึกษาสามารถนัดหมายผู้เชี่ยวชาญอาคเนย์ประกันชีวิต ได้เลยเราพร้อมดูแลคุณ ทุกย่างก้าวของชีวิต

 

 

ประกันลดหย่อนภาษีออนไลน์ยอดนิยม