Detail
Discount
Help

 >  บทความ  >  วิธีคิดคำนวณภาษี 2568 รายได้เท่าไหร่ต้องยื่นเสียภาษีเงินได้

วิธีคิดคำนวณภาษี 2568 รายได้เท่าไหร่ต้องยื่นเสียภาษีเงินได้

19 ธ.ค. 2568

เมื่อเริ่มทำงานและเริ่มมีรายได้เข้ามา “จริงจัง” สิ่งที่ตามมาแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ไม่ต้องกลัวครับ—ถ้าเข้าใจหลักการพื้นฐาน คุณคำนวณเองได้แน่นอน

บทความนี้อัปเดตสำหรับปีภาษี 2568 (ยื่นภาษีปี 2569)

เป้าหมายคือทำให้คุณ เข้าใจง่าย คำนวณเองได้ และวางแผนภาษีได้ตั้งแต่วันนี้ โดยใช้แนวคิด “รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ” แล้วค่อยไปดูอัตราภาษีแบบขั้นบันได

 

คำนวณภาษีปี 2568 ทำไมควรรู้ไว้

เพราะภาษีไม่ใช่แค่ “ยื่นให้จบ ๆ” แต่เกี่ยวกับเงินในกระเป๋าคุณโดยตรง ถ้ารู้วิธีคิด คุณจะรู้เลยว่า ต้องเตรียมเอกสารอะไร ใช้สิทธิ์ลดหย่อนอะไรได้ และวางแผนล่วงหน้ายังไงถึงคุ้ม ไม่ต้องมานั่งเครียดปลายปีแบบเปิดแท็บสิบอันแล้วน้ำตาจะไหล

1. รวมรายได้ทั้งปี

นับตั้งแต่ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2568

2. หักค่าใช้จ่าย

เช่น เงินเดือนหักเหมา 50% แต่ไม่เกิน 100,000

3. หักค่าลดหย่อน

ส่วนตัว 60,000 + ประกันสังคมสูงสุด 9,000 ฯลฯ

4. เอาเงินได้สุทธิไปดูขั้นภาษี

คำนวณแบบขั้นบันได (ส่วนใหญ่ใช้วิธีนี้)

 

ก่อนคำนวณภาษี ต้องรู้ 4 เรื่องนี้

เวลาพูดเรื่องภาษี จะเจอ 4 คำนี้วนไปวนมา ถ้าเข้าใจชุดนี้ ทุกอย่างจะง่ายขึ้นมาก

1) รายได้

คือรายได้รวมตลอดทั้งปี (1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2568) ทั้งจากงานประจำและรายได้เสริม เช่น ค่าจ้างพิเศษ ค่าเช่าบ้าน ฯลฯ

2) ค่าใช้จ่าย

คือค่าใช้จ่ายที่กฎหมายให้หักได้เพื่อสะท้อน “ต้นทุนการหารายได้” สำหรับผู้รับเงินเดือน มักหักแบบเหมา 50% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

3) ค่าลดหย่อน

คือสิทธิ์ที่นำมาหักลดฐานภาษี เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว, ครอบครัว, กองทุน, ประกัน ฯลฯ *ตัวเลข/เงื่อนไขบางรายการอาจมีการปรับตามประกาศในแต่ละปี ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดก่อนยื่น*

4) อัตราภาษี

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยทั่วไปคำนวณแบบ อัตราก้าวหน้า (ขั้นบันได) คือรายได้สุทธิสูงขึ้น ภาษีก็สูงขึ้นเป็น “ขั้น ๆ” ไม่ได้คิดทั้งก้อนด้วยอัตราเดียว

 

สูตรเงินได้สุทธิ + ตัวอย่างคำนวณ

ก่อนจะไปดูว่าต้องเสียภาษีเท่าไหร่ ต้องหา เงินได้สุทธิ ให้เจอก่อน เพราะเงินได้สุทธิคือฐานที่จะนำไปเทียบตารางภาษี

สูตรการคำนวณหาเงินได้สุทธิ
เงินได้สุทธิ = รายได้ทั้งปี – หักค่าใช้จ่าย – หักค่าลดหย่อน

ตัวอย่าง นาย A เป็นพนักงานเงินเดือน มีรายได้ทั้งปี 300,000 บาท หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 100,000 บาท และมีค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท + ประกันสังคม 9,000 บาท

คำนวณตัวอย่าง
300,000 – 100,000 – (60,000 + 9,000) = 131,000 บาท

ดังนั้นเงินได้สุทธิของนาย A = 131,000 บาท ซึ่งอยู่ในช่วง 0 – 150,000 บาท ได้รับการยกเว้นภาษี (ไม่ต้องเสียภาษี)

ทริคที่ควรรู้: ถ้าคุณมีเบี้ยประกัน/กองทุนที่ลดหย่อนได้ การวางแผนให้ดีจะช่วย “ลดเงินได้สุทธิ” และอาจทำให้คุณอยู่ในขั้นภาษีที่ต่ำลง (ภาษีที่ต้องจ่ายก็ลดลงตาม)
 

ตารางอัตราภาษีขั้นบันได ปี 2568

ตารางด้านล่างเป็นอัตราภาษีแบบขั้นบันไดที่ใช้กับเงินได้สุทธิ

เงินได้สุทธิ (บาท) อัตราภาษี / วิธีคิดแบบย่อ
0 – 150,000 ได้รับการยกเว้นภาษี
150,001 – 300,000 (เงินได้สุทธิ – 150,000) x 0.05
300,001 – 500,000 [ (เงินได้สุทธิ – 300,000) x 0.10 ] + 7,500
500,001 – 750,000 [ (เงินได้สุทธิ – 500,000) x 0.15 ] + 27,500
750,001 – 1,000,000 [ (เงินได้สุทธิ – 750,000) x 0.20 ] + 65,000
1,000,001 – 2,000,000 [ (เงินได้สุทธิ – 1,000,000) x 0.25 ] + 115,000
2,000,001 – 5,000,000 [ (เงินได้สุทธิ – 2,000,000) x 0.30 ] + 365,000
5,000,001 ขึ้นไป [ (เงินได้สุทธิ – 5,000,000) x 0.35 ] + 1,265,000
*หมายเหตุ: ตารางนี้เป็น “สูตรคำนวณแบบย่อ” เพื่อให้เห็นภาพเร็ว การยื่นจริงควรตรวจสอบข้อมูลและเงื่อนไขรายการลดหย่อนตามประกาศล่าสุดก่อนยื่นแบบ
 

วิธีที่ 1: คำนวณภาษีแบบขั้นบันได (วิธีมาตรฐาน)

วิธีนี้เป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่ใช้ เพราะเป็นการคำนวณตามขั้นรายได้สุทธิ ถ้าคุณรู้เงินได้สุทธิของตัวเองแล้ว ให้ดูว่าอยู่ในช่วงไหนของตาราง แล้วคำนวณตามสูตรของช่วงนั้นได้เลย

สูตรคำนวณภาษีแบบขั้นบันได (สรุปหลักการ)
[ (เงินได้สุทธิ – เงินได้สุทธิสูงสุดในขั้นก่อนหน้า) x อัตราภาษี ] + ภาษีสะสมของขั้นก่อนหน้า

ถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่า “เอ๊ะ ทำไมมีภาษีสะสม?” อย่าเพิ่งตกใจครับ มันคือการคิดภาษีแบบไล่ขั้น—เหมือนบันได ยิ่งขึ้นสูง ยิ่งจ่ายเพิ่มเฉพาะ “ส่วนที่เกิน” ของขั้นนั้น

 

วิธีที่ 2: ภาษีแบบเหมา 0.5% (กรณีมีรายได้บางประเภท)

นอกจากเงินเดือนแล้ว บางคนมีรายได้จากช่องทางอื่น ๆ เช่น ค่าจ้างงานพิเศษ/ฟรีแลนซ์/รายได้อื่นบางประเภท ในบางกรณีอาจต้องคำนวณ ภาษีแบบเหมา 0.5% เพิ่มด้วย

สำคัญ: วิธีนี้ไม่ได้ใช้กับทุกคน และเงื่อนไขขึ้นอยู่กับประเภทเงินได้ตามกฎหมาย ถ้าไม่แน่ใจ แนะนำตรวจสอบประเภทเงินได้ของตัวเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนยื่น

แนวคิดแบบง่ายคือ: เอารายได้ที่ไม่ใช่เงินเดือน (ตามเงื่อนไข) มาคิด 0.5%

สูตรคำนวณภาษีแบบเหมา
ภาษีแบบเหมา = (เงินได้ทุกประเภท – เงินเดือน) x 0.005

เมื่อคำนวณเสร็จแล้ว ให้นำภาษีที่ได้จาก วิธีที่ 1 และ วิธีที่ 2 มาเปรียบเทียบ แล้วเลือกชำระตามวิธีที่ต้องเสียภาษีมากกว่า (ตามหลักเกณฑ์)

 

วางแผนภาษีให้คุ้ม: ลดภาษี + สร้างเงินออม

ภาษีไม่ใช่เรื่องของ “ปลายปีค่อยว่ากัน” แล้วค่อยรีบซื้ออะไรสักอย่างให้ครบวงเงิน ถ้าวางแผนตั้งแต่เนิ่น ๆ คุณจะเลือกได้ว่าอะไรเหมาะกับเป้าหมายการเงินจริง ๆ และใช้สิทธิ์ได้ครบโดยไม่พลาด

แนวทางวางแผนง่าย ๆ

  • เช็กฐานรายได้สุทธิคร่าว ๆ กลางปี จะได้รู้ว่าตัวเองอยู่ขั้นไหน
  • จัดเอกสารเป็นระบบ เช่น สลิปเงินเดือน/หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย/ใบเสร็จลดหย่อน
  • มอง “ประกัน/การออม” เป็นแผนระยะยาว ไม่ใช่แค่ลดภาษีปีเดียว

ถ้าคุณสนใจเรื่องประกันกับภาษีแบบลงรายละเอียด อ่านต่อได้ที่ การทำประกันชีวิตหักลดหย่อนภาษียังไงให้คุ้ม และหากอยากคุยกับผู้เชี่ยวชาญแบบตรงเคสของคุณ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญอาคเนย์ประกันชีวิต ได้เลย

 

สรุป: ทำตามนี้ คำนวณเองได้จริง

  • รวมรายได้ทั้งปี (ปีภาษี 2568)
  • หักค่าใช้จ่ายให้ถูกต้อง
  • หักค่าลดหย่อนให้ครบสิทธิ์
  • ได้ “เงินได้สุทธิ” แล้วไปเทียบตารางขั้นภาษี
  • กรณีมีรายได้บางประเภท อาจต้องคำนวณภาษีแบบเหมา 0.5% เพิ่ม แล้วนำมาเปรียบเทียบ

สรุปสุดท้ายแบบไม่ยืดเยื้อ

ถ้าคุณรู้ “เงินได้สุทธิ” ของตัวเอง คุณก็ไปต่อได้เกือบทั้งหมดแล้วครับ ที่เหลือคือการวางแผนลดหย่อนให้เหมาะกับชีวิต ไม่ใช่ให้เหมาะกับความตื่นเต้นช่วงปลายปี

คำถามที่พบบ่อย

แนะนำให้เริ่มตั้งแต่ต้นปีหรือช่วงกลางปี เพราะจะเห็นภาพฐานรายได้และสิทธิ์ที่ควรใช้แบบชัด ๆ ไม่ต้องเร่งตัดสินใจตอนปลายปี และมีเวลาจัดเอกสารให้ครบก่อนยื่นปี 2569
โดยหลักแล้ว หากมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ควรยื่นแบบแสดงรายการภาษี แม้คำนวณออกมาแล้วไม่ต้องจ่ายเพิ่มก็ตาม (เพื่อความถูกต้องและความเป็นระเบียบของประวัติการยื่น)
“ยกเว้นภาษี” คือรายได้ที่ไม่ต้องนำมาคิดเป็นฐานภาษีตั้งแต่แรก ส่วน “ลดหย่อน” คือสิทธิ์ที่นำมาหักออกจากฐานภาษีหลังจากรวมรายได้แล้ว เข้าใจความต่างตรงนี้ จะช่วยวางแผนได้แม่นขึ้นมาก
โดยทั่วไปสิทธิ์ลดหย่อนส่วนใหญ่ใช้ได้เฉพาะในปีภาษีนั้น ๆ หากเลยกำหนดแล้วมักใช้ย้อนหลังไม่ได้ ดังนั้นการจดบันทึกรายการลดหย่อนและเก็บเอกสารระหว่างปีจะช่วยมาก
เบี้ยประกันบางประเภทสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามเกณฑ์ ช่วยลดฐานภาษีและลดภาษีที่ต้องจ่าย พร้อมได้ความคุ้มครองชีวิต/สุขภาพควบคู่กันไป เหมาะกับคนที่อยาก “ลดภาษี + บริหารความเสี่ยง” พร้อมกัน
ให้เริ่มจากแยกประเภทเงินได้ของตัวเองว่าเป็นเงินเดือนอย่างเดียว หรือมีรายได้ประเภทอื่นตามกฎหมายด้วย ถ้ายังไม่ชัวร์ แนะนำปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ให้คำปรึกษา เพราะเงื่อนไขขึ้นกับ “ประเภทเงินได้” เป็นหลัก ไม่ใช่แค่ยอดเงินอย่างเดียว